รีวิว Shore Saddle Bag : Brighton Series กระเป๋าติดท้ายจักรยานเท่ห์ๆ

 

image

สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้งกับการรีวิวโน่นนี่นั่นไปเรื่อยตามสไตล์ผม วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศมารีวิวกระเป๋ากันบ้างครับ และกระเป๋าที่จะมารีวิววันนี้ก็คือ กระเป๋าติดท้ายจักรยาน Shore Saddle Bag, Brighton Series นี่เองงงงงง

ปกติเวลาออกไปปั่นจักรยานกัน ถ้าปั่นจริงจังกันหน่อยก็คงจะไม่พกอะไรกันไปมากมายใช่มั้ยครับ แค่โทรศัพท์เครื่องนึง กระเป๋าตังค์หรือตังค์นิดหน่อย และแว่นกันแดด แค่นั้น ไม่ต้องมีอะไรมากมาย บางทีแค่เสื้อใส่ปั่นจักรยานที่มีช่องใส่ของซักสามช่องก็เพียงพอ แต่สำหรับผมแล้วเป็นประเภทนอกจากจะปั่นไม่จริงจังแล้ว ยังชอบปั่นแบบท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ แวะถ่ายรูป กินลมชมวิวไปเรื่อย ทำให้มีของหอบติดตัวไปด้วยหลายอย่าง เช่น กล้องถ่ายรูป แอคชันแคมเมอรา ขาตั้งกล้องเล็กๆ ไอแพดมินิ กระเป๋าตังค์ โทรศัพท์ ขนม หรือผลไม้อย่างกล้วยหรือแอปเปิล เป็นต้น ก็เลยพะรุงพะรังมิใช่น้อย เคยลองมาหลายอย่าง ใช้กระเป๋าสะพายบ้าง คาดเอวบ้าง หรือเป้สะพายหลัง รู้สึกว่าไม่ถูกใจและทำให้ชีวิตลำบากพอสมควรเพราะกระเป๋าพวกนี้นี่มันจะติดอยู่กับตัวเราเวลาปั่นจักรยาน ซึ่งนอกจากจะทำให้ปั่นได้ไม่ถนัดแล้ว ยังทำให้ปวดเนื้อปวดตัวอีกด้วยถ้าปั่นไกลๆ เพราะน้ำหนักของที่อยู่ในกระเป๋ามันกดทับอยู่บนกล้ามเนื้อเราตลอดเวลา

รู้จัก Shore ได้ยังไง? เนื่องจากผมติดตามพี่หาว บนช่อง 2how ใน Youtube ซึ่งมีอยู่ครั้งนึงพี่หาวแกตามหาซื้อจักรยานพับเพื่อเอาไว้ปั่นกับครอบครัว ก็เลยมีคนส่งกระเป๋าห้อยท้ายจักรยานไปให้แกลองใช้  พี่หาวก็เลยทำคลิปทดลองฉีดน้ำใส่กระเป๋าเพื่อทดสอบคุณสมบัติกันน้ำของกระเป๋าให้ดู ก็เลยได้เห็นหน้าตากระเป๋าครั้งแรกตอนนั้น พอเห็นแล้วก็เลยชอบเลย ดูแล้วเข้าท่าดี ก็เลยเริ่มหาข้อมูลจากเฟสบุคแล้วก็สั่งมาลองใช้ดู

คลิปพี่หาวทดลองฉีดน้ำใส่กระเป๋า

Credit:  www.2how.com

กระเป๋า Shore มีสองซีรีย์ คือ Brighton series และ Capri series โดยกระเป๋าได้รับการออกแบบอย่างมีสไตล์ ดูง่ายๆ สวยงาม สบายๆ และมีหลายฟังก์ชันการใช้งาน โดย Brighton series จะมีขนาดใหญ่กว่า Capri series ซึ่ง Capri series จะมีขนาดกระทัดรัดกว่าแต่ความจุก็จะลดลงไปด้วย

image

กระเป๋า Shore Capri series

ส่วนบ้าหอบฟางแบบผม คงต้อง Brighton series เท่านั้นนนนน ซึ่งใน Brighton series นั้นก็แยกเป็น Classic collection ที่หน้าตาย้อนยุคหน่อยและ City collection  ที่จะเป็นลายน่ารักๆ เก๋ๆ ฮิปๆ (แล้วแต่จะเรียก) ส่วนใบที่ผมได้มาจะเป็นแบบ Classic collection สีน้ำตาลเข้ม (Dark brown) มีสายหนังและขลิบสีส้ม

image

กระเป๋ามีขนาด 30cm (L) x 18cm (H) x 15cm (W) ความจุ 9ลิตร น้ำหนักประมาณ 750 กรัม

image

 

วัสดุที่ใช้ทำกระเป๋าเป็นผ้าอย่างหนา เนื้อดี ซึ่งทางผู้ผลิตระบุไว้ว่าเป็นผ้ากันน้ำด้วย ส่วนจะกันได้แค่ไหนก็พิสูจน์กันในคลิปที่พี่หาวฉีดน้ำใส่กระเป๋านะครับ

image

ด้านหน้าจะมีสายหนังสีส้มสำหรับล็อกปิดกระเป๋า ซึ่งตอนแรกๆ ยอมรับว่าใช้ไม่ค่อยถนัดครับ เปิดปิดยาก แต่ใช้ไปสักพักก็ชินครับ ประกอบกับใช้ๆไปสายหนังที่แข็งๆ ในช่วงแรกก็จะเริ่มนิ่มขึ้นด้วย ทำให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น

 

image

ด้านบนจะเป็นหูสายหนังหนึ่งคู่ ซึ่งหูนี้จะเป็นส่วนที่ต้องไปคล้องกับอแดปเตอร์ที่ติดไว้กับอานจักรยาน หรือแล็คครับ

image

ช่องด้านหน้าเป็นช่องกระเป๋าแบบยาวๆ ส่วนใหญ่ผมจะใช้เก็บขาตั้งกล้องเล็กๆ หรือบางครั้งก็ใส่กล้วยหอมได้ซักสองลูกเอาไว้ไปกินระหว่างทางที่ปั่นได้

image

image

ด้านซ้าย (หันหน้าเข้ากระป๋า) มีกระเป๋าข้าง (Convenient side pocket) สำหรับใส่ของที่ต้องหยิบใช้บ่อย่ๆ เช่นโทรศัพท์มือถือ เหรีญ ปากกา ชุดอุปกรณ์ปะยางหรือไฟฉาย เป็นต้น  ขนาดของกระเป๋าข้างมีขนาด 4cm (L) x 10cm (H) x 15cm (W)

image

ด้านขวา เป็น safety side pocket ซึ่งจะมีซิปรูดปิดป้องกันของในกระเป๋าข้างหล่นออกมา สามารถใส่กระเป๋าตังค์ กุญแจรถหรือโทรศัพท์มือถือในช่องนี้ได้ครับ ขนาดของกระเป๋าเท่ากับด้านซ้ายครับ

image

มาดูด้านหลังกันบ้างครับ ด้านหลังมีสายหนังสำหรับยึดกับแกนอานจักรยานในกรณีที่ไม่ได้ติดแล็ค หรือถ้าติดแล็คสายรัดนี้ก็จะทำหน้าที่ยึดกระเป๋าติดกับตัวแล็คครับ

image

กลับมาดูด้านหน้าอีกครั้งที่สายรัดปิดกระเป๋า สามารถปรับระดับการรัดได้ 4 ระดับ ตามปริมาณของที่เราบรรจุในกระเป๋า ถ้าเราใส่ของไม่เยอะก็สามารถรัดให้กระเป๋ามีขนาดกระทัดรัดลงได้ครับ โดยต้องทำร่วมกับการพับฝาปิดกระเป๋าด้วย

image

บริเวณฝากระเป๋าด้านในจะมีกระดุมอยู่เพื่อใช้ในการพับฝากระเป๋า

image

image

สามารถพับฝากระเป๋าได้สองระดับโดยพับกระดุมเม็ดแรกมาติดกับกระดุมเม็ดที่สองและสาม

image

เมื่อพับฝากระเป๋าแล้วจะทำให้สามารถรัดสายล็อคกระเป๋าให้ลึกเข้ามาได้อีก กระเป๋าจะมีขนาดกระทัดรัดลง

image

บริเวณใต้ป้ายยี่ห้อ Shore จะมีที่สำหรับติดไฟสัญญาน อันนี้เข้าท่ามากครับเพราะเวลาเราติดกระเป๋าหลังอานเข้าไป ตัวกระเป๋าจะไปบังไฟสัญญานที่เรามักจะติดกันที่บริเวณแกนของอาน การทำที่ติดไฟมากับกระเป๋าจึงเป็นไอเดียที่ดีครับ

ดูภายนอกกันไปแล้ว คราวนี้มาดูภายในกันมั่งดีกว่าครับ

image

เปิดฝากระเป๋าออกมา  ปรากฏว่ามีการทำเป็นเหมือนปากถุงผ้าร่มที่สามารถรูดปากปิดกระเป๋าไว้ได้อีกชั้นหนึ่ง เพื่องป้องกันสิ่งของที่อยู่ภายในกระเป๋า

image

ตัวล็อคสายรูดปากกระเป๋าเป็นวัสดุอย่างดีออกแบบมาให้ล็อกสายได้อย่างแน่นหนา

image

นอกจากนี้ยังมีการออกแบบถุงเล็กๆไว้ที่บริเวณปากกระเป๋าเพื่อใช้เก็บสายหลังจากที่เรารูดปิดปากกระเป๋าไม่ให้เกะกะรุงรังอีกด้วย ใส่ใจในการออกแบบจริงๆ ครับ

image

เปิดกระเป๋าออกมาดูภายในพบว่ามีการบุรอบๆกระเป๋าอย่างดี หนา นุ่ม  และน่าจะรับแรงกระแทกได้อย่างดีหากกระเป๋าหล่นจากที่สูง ในกระเป๋ามี camera insert มาให้ด้วย และที่ผนังด้านหนึ่งของกระเป๋าทำเป็นช่องใส่ไอแพดมาให้ด้วย อันนี้ผมชอบมากๆ เพราะเวลาออกไปปั่นไกลๆ ผมชอบพกไอแพดมินิไปด้วยเพื่อใช้บันทึกข้อมูลการปั่นเนื่องจากไอแพดมินิมีความจุของแบตเตอรีมากกว่าไอโฟนมาก และบางทีก็ใช้ไอแพดมินิแต่งภาพบน Lightroom mobile  ก่อนอัพรูปขึ้นเฟสบุค

image

ตัว camera insert ที่ให้มาก็ไม่ใหญ่มากนะครับ ใส่พวกกล้องมิรเรอร์เลสที่ติดเลนส์ไม่ใหญ่มากหรือกล้องคอมแพ็คได้ครับ แต่ถ้าเป็นมิรเรอร์เลสติดเลนส์ใหญ่ๆ หรือ DSLR  นี่น่าจะไม่ไหว ของผมใส่ตัว Fujifilm XE2 ติดเลนส์คิตก็ฟิตเปรี๊ยะแล้วครับ แต่ถ้าใครมี partitions ของกระเป๋ากล้องใบอื่นมาดัดแปลงใส่แทนของที่มาให้กับกระเป๋าก็น่าจะพอดัดแปลงใส่กล้องที่มีขนาดใหญ่กว่าได้อยู่ครับ

image

กระเป๋าใบนี้มีสายสะพายมาให้ด้วยนะครับ เวลาที่เราจอดจักรยานไว้แล้วไม่อยากทิ้งกระเป๋าไว้ที่รถก็สามารถถอดกระเป๋าออกจากรถ แล้วใส่สายสะพายเอาติดตัวไปได้เลย

image

การติดตั้งกระเป๋ากับจักรยานสามารถทำได้ 3 วิธี (เท่าที่ลองนะครับ)

  1. ติดตั้งกับ Handle bar

image

2. ติดตั้งใต้อานจักรยานโดยใช้อแดปเตอร์ ข้อดีคือไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเรื่อง Lack. แต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาใช้ เนื่องจากไม่มี Lack คอยพยุงกระเป๋า ทำให้เวลาเปิดกระเป๋าตัวกระเป๋ามักจะห้อยลงไปจนติดล้อหลัง และสายหนังที่ยึดกับอแดปเตอร์ก็จะเป็นรอยถลอกได้ง่ายเพราะต้องรับน้ำหนักกระเป๋าทั้งใบimage

ลักษณะอแดปเตอร์ที่ใช้ติดกระเป๋ากับอาน  ซึ่งมีขอบเป็นเหลี่ยมคมพอสมควร

image

ติดตั้งอแดปเตอร์ใต้อานแล้วนำกระเป๋ามาแขวนกับอแดปเตอร์

image

เมื่อโลหะมาเจอกับหนัง หนังก็ถลอกเลยครับ T__T

3. ติดตั้งบน Shore Lack อันนี้เป็นวิธีที่อยากแนะนำที่สุดเลยครับ ลงทุนซื้อแล็คเพิ่มทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น ถนอมสายห้อยกระเป๋าด้วย สำหรับแล็คที่ผมใช้จะเป็น Shore Lack Type A นะครับ

image

หน้าตาของแล็คจะเป็นแบบนี้ครับ

image

ติดเข้ากับอานจักรยานในลักษณะแบบนี้ครับ

image

ส่วนที่จะใช้ร้อยสายห้อยกระเป๋าจะเป็นเหล็กกลม ไม่มีขอบคมเหมือนอแดปเตอร์ ทำให้สายกระเป๋าไม่เป็นรอย

image

ตรงส่วนท้ายของแล็คมีส่วนที่ใช้ติดไฟสัญญานให้ด้วยครับ

image

ติดเข้ากับจักรยานแล้วหน้าตาก็ประมาณนี้ครับ

ใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง?

โดยส่วนแล้วผมชอบปั่นกินลมชมวิว ถ่ายรูป แวะกินโน่นนี่นั่นไปเรื่อย บางครั้งก็เลยมีขนอะไรๆ หลายอย่างติดตัวไปด้วย การมีกระเป๋าใบเหมาะๆ ติดตัวไปด้วยซักใบก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ และสนุกกับการปั่นมากขึ้นด้วย Shore saddle bag Brighton series ใบนี้ก็มีฟังก์ชันที่ตอบสนองความต้องการของผมได้เป็นอย่างดี จึงค่อนข้างชอบกระเป๋าใบนี้มากครับ

image

หากใครสนใจก็ลองไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://shore-bag.com/

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s